about

เกี่ยวกับโครงการ

menuabout 01

menuabout 02

menuabout 03

menuabout 04

menuabout 05

menuabout 06

พื้นที่ตั้งโครงการ

พื้นที่ศึกษา ประกอบด้วย พื้นที่ตั้งเขื่อนยกระดับน้ำและองค์ประกอบและกิจกรรมที่จะช่วยสนับสนุนให้การดำเนินการโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

     1) พื้นที่ตั้งเขื่อนยกระดับน้ำ เป็นบริเวณลำน้ำที่มีความโค้งเหมาะสมพอที่จะขุดคลองลัด จำนวน 2 เขื่อน คือเขื่อนบน และเขื่อนล่าง
     2) พื้นที่องค์ประกอบและกิจกรรมสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินเรือและการขนส่งทางน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด มีองค์ประกอบที่สนับสนุน คือ

         - โรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ
         - เขื่อนป้องกันตลิ่ง
         - คันป้องกันน้ำล้นตลิ่ง
         - การขุดลอกร่องน้ำ
         - การปรับปรุงปตร.พระงาม/ปตร.บางเก้าชั่ง
         - การรื้อถอนรอบังคับกระแสน้ำ
         - การยกระดับและปรับปรุงสะพานที่อำเภอพรหมบุรี
         - การปรับปรุงท่าเรือนครสวรรค์และท่าเรือตะพานหิน

icondamเขื่อนยกระดับน้ำ
     เพื่อขยายขีดความสามารถในการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและน่าน โดยปรับปรุงจากข้อจำกัดการขนส่งทางน้ำในปัจจุบันที่สามารถเดินเรือจากปากแม่น้ำไปถึงเพียงอ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ด้วยระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร โดยเพิ่มค่าความลึกน้ำต่ำสุดเพื่อการเดินเรือให้เรือกินน้ำลึกไม่เกิน 5 เมตร สามารถแล่นใช้งานได้ตลอดทั้งปีตั้งแต่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงจ.นครสวรรค์ และให้เรือกินน้ำลึกไม่เกิน 3 เมตรต่อเนื่องไปตามแม่น้ำน่านจนถึงอ.ตะพานหิน จ.พิจิตร รวมระยะทางตามลำน้ำทั้งสิ้นประมาณ 477 กิโลเมตร


     วิธีการหลักเพื่อพัฒนาเพิ่มค่าความลึกน้ำต่ำสุด (Least Available Depth : LAD) ในพื้นที่โครงการที่เหมาะสม คือ การก่อสร้างเขื่อนยกระดับ ลักษณะบริเวณที่ก่อสร้างเขื่อนยกระดับต้องเป็นบริเวณที่ลำน้ำมีความโค้งพอที่จะขุดคลองลัด (Cut off) ซึ่งการก่อสร้างเขื่อนยกระดับบนบกใช้ระยะและงบประมาณที่น้อยกว่าการก่อสร้างเขื่อนในลำน้ำ ทั้งยังลดความเสียหายจากฤดูน้ำหลากในช่วงก่อสร้างโครงการ จากการพิจารณาตำแหน่งที่เหมาะสม พบว่า ตำแหน่งก่อสร้างเขื่อนยกระดับน้ำ จำนวน 2 เขื่อน คือ

     เขื่อนบน : ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำทรง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ บริเวณ กม.345 จากปากแม่น้ำเจ้าพระยา เขื่อนบนนี้มีระยะห่างจากเขื่อนเจ้าพระยาไปทางด้านเหนือน้ำ ประมาณ 68 กม.
     เขื่อนล่าง : ตั้งอยู่ที่ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี บริเวณ กม.205 จากปากแม่น้ำเจ้าพระยา เขื่อนล่างนี้มีระยะห่างจากเขื่อนเจ้าพระยาไปทางด้านท้ายน้ำ ประมาณ 72 กม.

 

areamap-edit201503

 

เขื่อนบน

     เขื่อนบน  ตั้งอยู่ที่ตำบลน้ำทรง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ บริเวณ กม.345 จากปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีระยะห่างจากเขื่อนเจ้าพระยาไปทางด้านเหนือน้ำ ประมาณ 68 กิโลเมตร บริเวณที่ตั้งเขื่อนเป็นพื้นที่ราบและมีต้นไม้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ โดยช่วงเหนือน้ำและช่วงกลางของคลองลัด มีชุมชนบ้านเรือนกระจายกันอยู่ห่างๆจำนวนค่อนข้างน้อย ส่วนช่วงท้ายน้ำของคลองลัดจะมีชุมชนอยู่ค่อนข้างหนาแน่น นอกจากนี้ยังพบการปลูกพืชไม้ผลและพืชสวนในบริเวณขอบเขตรั้วบ้านเช่นมะยม มะม่วง กล้วย และมะละกอ เป็นต้น

updam

up-2015

 

เขื่อนล่าง

     เขื่อนล่าง  ตั้งอยู่ที่ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี บริเวณ กม.205 จากปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีระยะห่างจากเขื่อนเจ้าพระยาไปทางด้านท้ายน้ำ ประมาณ 72 กิโลเมตร บริเวณที่ตั้งเขื่อนเป็นพื้นที่ราบ แนวศูนย์กลางคลองลัด            ด้านเหนือน้ำจะตัดผ่านพื้นที่นา แต่บริเวณที่คาดว่าจะเป็นที่ตั้งกำแพงข้างของประตูเรือสัญจรจะอยู่ชิดกับเขตรั้วของวัดทุ่งค่อนข้างมาก ส่วนด้านท้ายน้ำของคลองลัดจะมีบ้านเรือนกระจายกันอยู่ห่างๆ

downdamแปลนเขื่อนล่าง

 


 

 องค์ประกอบของเขื่อนยกระดับน้ำ

1) คลองลัด เป็นเส้นทางน้ำที่ขุดขึ้นใหม่เพื่อรองรับเทคนิคการสร้างเขื่อนยกระดับน้ำบนบก ซึ่งเป็นเทคนิคที่มีความปลอดภัย ใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างน้อย รวมทั้งลดความเสี่ยงจากการสูญเสียกว่าการก่อสร้างในแม่น้ำ

คลองลัดเขื่อนบน คลองลัดเขื่อนล่าง
 - ความกว้างท้องคลอง 303 เมตร
 - ความยาว 960 เมตร
 - ความกว้างท้องคลอง 177.5 เมตร
 - ความยาว 940 เมตร

 

2) ประตูระบายน้ำและสะพานรถยนต์สำหรับสัญจร ทำหน้าที่รักษาระดับน้ำในพื้นที่เหนือน้ำให้เพียงพอต่อการเดินเรือ รวมทั้งควบคุมระดับปริมาณน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร พร้อมทั้งสะพานรถยนต์สำหรับสัญจร

 

ประตูระบายน้ำเขื่อนบน คลองลัดเขื่อนล่าง
- จำนวนบาน 12 บาน
- ความกว้างช่องบานประตู 12.50 เมตร
- ความสามารถระบายน้ำ 3,413 ลบ.ม/วินาที
- ระดับน้ำสูงสุดหน้าเขื่อน +12.34 ม.รทก.
- จำนวนบาน 20 บาน
- ความกว้างช่องบานประตู 12.50 เมตร
- ความสามารถระบายน้ำ 3,347 ลบ.ม/วินาที
- ระดับน้ำสูงสุดหน้าเขื่อน +9.57 ม.รทก.

 

3) ประตูเรือสัญจร ทำหน้าที่ลำเลียงเรือสัญจรผ่านไปมาระหว่างเหนือน้ำและท้ายน้ำ

 

ประตูเรือสัญจรเขื่อนบน ประตูเรือสัญจรเขื่อนล่าง
- จำนวน 2 บาน
- ความกว้าง 20 เมตร
- ความยาวบริเวณในอ่างจอดเรือ 230 เมตร
- จำนวน 2 บาน
- ความกว้าง 20 เมตร
- ความยาวบริเวณในอ่างจอดเรือ 230 เมตร

 

 4) ทางผ่านปลา เป็นช่องทางสัญจรให้ปลาสามารถเดินทางผ่านขึ้น-ลงระหว่างเหนือน้ำและท้ายน้ำ

 

ทางผ่านปลาเขื่อนบน ทางผ่านปลาเขื่อนล่าง
- ความกว้าง 3 เมตร
- ความลาดชัน ราบมากกว่า 1:10
- ความกว้าง 3 เมตร
- ความลาดชัน ราบมากกว่า 1:10

 

5) ทำนบดินปิดกั้นลำน้ำเดิมและท่อระบายน้ำ ช่วยปิดกั้นเส้นทางน้ำเดิมเพื่อให้น้ำเกิดการเปลี่ยนเส้นทางไหลเข้าสู่คลองลัดที่ขุดใหม่ โดยบริเวณทำนบปิดกั้นลำน้ำเดิมจะติดตั้งท่อระบายน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำบริเวณเหนือน้ำลงสู่ท้ายน้ำ ลดผลกระทบปัญหาน้ำเน่าเสียจากภาวะน้ำนิ่งขัง

 

ทำนบดินปิดกั้นลำน้ำเดิม เขื่อนบน ทำนบดินปิดกั้นลำน้ำเดิม เขื่อนล่าง
- ความสูงทำนบดินฯ 15.50 เมตร
- ความยาวทำนบดินฯ 205 เมตร
- ความสูงทำนบดินฯ 19.50 เมตร
- ความยาวทำนบดินฯ 292 เมตร
ท่อระบายน้ำ ท่อระบายน้ำ
- จำนวนท่อระบายน้ำ 2 แห่ง
- ขนาดท่อระบายน้ำ 1.75 X 1.75 เมตร
- ตำแหน่งอาคารควบคุม : ด้านเหนือน้ำ
- ความยาวท่อระบายน้ำ : 110 และ120 เมตร
- ความสามารถในการระบายน้ำสูงสุด : 17 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- จำนวนท่อระบายน้ำ 2 แห่ง
- ขนาดท่อระบายน้ำ 1.75 X 1.75 เมตร
- ตำแหน่งอาคารควบคุม : ด้านเหนือน้ำ
- ความยาวท่อระบายน้ำ : 130 และ145 เมตร
- ความสามารถในการระบายน้ำสูงสุด : 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

 6) โรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ช่วยผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างคุ้มค่า โดยน้ำที่ผ่านกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าจะถูกปล่อยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนเดิม

 

โรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนบน โรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนล่าง
- Bulb Turbine 2 ชุด
- กำลังผลิตติดตั้ง 11 เมกะวัตต์
- พลังไฟฟ้าเฉลี่ย 111 ล้านหน่วย/ปี
- Bulb Turbine 2 ชุด
- กำลังผลิตติดตั้ง 7.5 เมกะวัตต์
- พลังไฟฟ้าเฉลี่ย 37.5 ล้านหน่วย/ปี

 

 

 

 

functoinal 

gateandhydropplant

 

 


 

23โรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

 

โรงไฟฟ้าพลังน้ำที่จะทำการติดตั้งสำหรับเขื่อนยกระดับแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งพื้นที่เขื่อนบนและเขื่อนล่าง เป็นโรงไฟฟ้าแบบมีน้ำไหลผ่านตลอดปี (Run of river Hydro Power Plant) เป็นรูปแบบโรงไฟฟ้าที่ไม่มีอ่างเก็บน้ำเป็นองค์ประกอบ จะทำงานตลอดเวลาตามปริมาณน้ำที่ไหลในแม่น้ำ ดังนั้น ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ จึงผันแปรตามปริมาณน้ำเป็นสำคัญ


hydropowerplantชนิดเครื่องกังหันน้ำ
เป็นประเภท Bulb Turbine มีลักษณะเด่น คือ ชุดกังหันและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าบรรจุอยู่ภายในห้องรูปร่าง Bulb ที่มีระบบกันน้ำ โดยแกนเพลาจะวางอยู่ในแนวระนาบหรือมุมเอียงประมาณ 15 ถึง 45 องศา

หลักการทำงาน จะมีลักษณะคล้ายใบจักรเรือ แต่มีหลักการทำงานกลับด้านและมีอุปกรณ์ที่สำคัญในการบังคับทิศทางการไหลติดตั้งอยู่ก่อนใบกังหัน

 

 

 

 

 

 

 

 

โรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนบน โรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนล่าง
อาคารโรงไฟฟ้า : อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยตัวอาคารตั้งอยู่ริมตลิ่ง ทางฝั่งซ้ายของเขื่อนทดน้ำ ขนาดอาคาร ความกว้าง 23 เมตร ความยาว 30.6 เมตร และความสูง 12.2 เมตร ระดับพื้นโรงไฟฟ้าเท่ากับ +25.00 ม.รทก. อาคารโรงไฟฟ้า : อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก โดยตัวอาคารตั้งอยู่ริมตลิ่ง ทางฝั่งซ้ายของเขื่อนทดน้ำ ขนาดอาคาร ความกว้าง 21 เมตร ความยาว 30.6 เมตร และความสูง 12.2 เมตร ระดับพื้นโรงไฟฟ้าเท่ากับ +13.00 ม.รทก.
อาคารระบายน้ำท้ายโรงไฟฟ้า : แบบดาดคอนกรีต ความกว้าง 20 เมตร ความสูง 4 เมตร ตั้งอยู่บริเวณท้ายโรงไฟฟ้า ทำหน้าที่รับน้ำจากเครื่องกังหันน้ำ และระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านท้ายน้ำ  อาคารระบายน้ำท้ายโรงไฟฟ้า : แบบดาดคอนกรีต ความกว้าง 20 เมตร ความสูง 4 เมตร ตั้งอยู่บริเวณท้ายโรงไฟฟ้า ทำหน้าที่รับน้ำจากเครื่องกังหันน้ำ และระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านท้ายน้ำ
ระบบส่งไฟฟ้า : ใช้สายจำหน่าย 22 เควี ขนาดสาย 185 ตร.ม. ACSR วงจรคู่ เชื่อมระหว่างโรงไฟฟ้ากับจุดเชื่อมโยงเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยจะปักเสาพาดผ่านตามถนนบนตัวเขื่อนไปเชื่อมต่อกับจุดเชื่อมโยงบริเวณทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) รวมระยะทาง 2 กิโลเมตร  ระบบส่งไฟฟ้า :ใช้สายจำหน่าย 22 เควี ขนาดสาย 185 ตร.ม. ACSR วงจรคู่ เชื่อมระหว่างโรงไฟฟ้ากับจุดเชื่อมโยงเพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าเข้าสู่ระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยจะปักเสาพาดผ่านตามถนนบนตัวเขื่อนไปเชื่อมต่อกับจุดเชื่อมโยงบริเวณทางหลวงหมายเลข 32 (สายเอเชีย)รวมระยะทาง 2 กิโลเมตร
กำลังผลิตติดตั้ง : 11 เมกะวัตต์  กำลังผลิตติดตั้ง : 7.5 เมกะวัตต์

 

 

 


 

 

icontalingเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง

 

จากการเดินเรือที่จะเพิ่มมากขึ้นภายหลังจากมีโครงการก่อสร้างเขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน่าน ประกอบกับปัญหาการกัดเซาะและการพังทลายของตลิ่งตลอดลำน้ำทั้ง 2 ฝั่งที่มีในปัจจุบัน จึงออกแบบรูปแบบเขื่อนป้องกันตลิ่งให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่กระทบกับพื้นที่อืน ๆ ดังนี้

เขื่อนป้องกันตลิ่งพังอันเนื่องมากจากคลื่นเรือ ได้ออกแบบรองรับคลื่นเรือมีความสูงตั้งแต่ 0.20 เมตรขึ้นไป โดยพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อการกัดเซาะตลิ่ง ประกอบด้วย
1) ชนิดและขนาดของเรือ โดยชนิดเรือที่คาดว่าจะล่องผ่านบริเวณพื้นที่โครงการในอนาคต ส่วนใหญ่จะเป็นเรือลำเลียงสินค้าและเรือลากจูงที่ใช้กันอยู่ นอกจากนั้นจากสภาพแม่น้ำคดโค้ง ดังนั้นขนาดของเรือจะถูกจำกัดด้วยความลึกและความกว้างของร่องน้ำ มีเรือ 2 ประเภท คือ

 

1.1) เรือที่ขับเคลื่อนต่อตัวเอง เช่น เรือบรรทุกตู้คอนเทรนเนอร์ขนาดใหญ่สุด ประกอบด้วย เรือแล่นในแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาดกว้าง 20 เมตร ความยาว 75 เมตร และกินน้ำลึก 5 เมตร และเรือแล่นในแม่น้ำน่าน ขนาดกว้าง 10 เมตร ความยาว 50 เมตร และกินน้ำลึก 3 เมตร
1.2) เรือลำเลียงแบบลากจูงขนาดใหญ่ ประกอบด้วย เรือแล่นในแม่น้ำเจ้าพระยา ขนาดกว้าง 16 เมตร ความยาว 60 เมตร และกินน้ำลึก 5 เมตร และเรือแล่นในแม่น้ำน่าน ขนาดกว้าง 10 เมตร ความยาว 40 เมตร และกินน้ำลึก 3 เมตร

 

2) ความเร็วเรือ ในแม่น้ำทั่วไปความเร็วเรือประมาณ 4-5 นอต (7.4 – 9.25 กม.ต่อชั่วโมง) และสำหรับในบริเวณแม่น้ำแคบสามารถำความเร็วเรือได้ประมาณ 2-3 นอต (3.7 – 5.55 กม.ต่อชั่วโมง)
3) ความลึกน้ำและระยะห่างจากร่องน้ำเดินเรือถึงตลิ่ง
4) ความสูงคลื่นเนื่องจากคลื่นเรือ

 

boat-เขื่อนป้องกันตลิ่งพังจากเรือ-

 

 

เขื่อนป้องกันตลิ่งอันเนื่องมาจากการกัดเซาะในบริเวณพื้นที่อิทธิพลของโครงการ

 

1234


บริเวณเขื่อนบน

จากการยกระดับน้ำ กระแสน้ำจะถูกเปลี่ยนแปลงทิศเข้าหาตลิ่งด้านหน้าโรงงานวัตถุระเบิดทหาร รวมทั้งความเร็วของกระแสน้ำบริเวณดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ดังนั้น ควรก่อสร้างโครงสร้างป้องกันตลิ่งต่ำและน้ำผุด เพื่อลดผลกระทบดังกล่าว

 

 

 

 


12345บริเวณเขื่อนล่าง

กระแสน้ำจะถูกเปลี่ยนทิศทางเข้าหาตลิ่งฝั่งตรงข้าม รวมกับความเร็วกระแสน้ำบริเวณดังกล่าวเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นต้องก่อสร้างโครงสร้างป้องกันตลิ่ง บริเวณตำบลบ้านหม้อและตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เขื่อนป้องกันตลิ่งพังอันเนื่องมาจากการขุดลอกร่องน้ำเดินเรือ จากการตรวจสอบสภาพท้องน้ำและสภาพตลิ่งในปัจจุบัน เป็นสภาพโดยธรรมชาติที่มีความมั่นคงแข็งแรงโดยไม่ต้องมีการป้องกันการพังทลาย แต่เนื่องจากในบางช่วงลำน้ำเจ้าพระยาและน่านในพื้นที่ศึกษามีความแคบ (กม.143 – กม.173) ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้ไม่สามารถขุดลอกโดยรักษาสภาพความชันตามธรรมชาติได้ ดังนั้น ในการปรับสภาพลำน้ำ โดยการขุดลอกร่องน้ำเพื่อปรับปรุงและรักษาร่องน้ำให้ค่าความลึกน้ำต่ำสุดเพื่อการเดินเรือ โดยต้องก่อสร้างโครงสร้างป้องกันตลิ่งพังก่อนทำการขุดลอกร่องน้ำ แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบที่ 1 เขื่อนป้องกันตลิ่งจากการขุดลอกชนิดเรียงหิน และแบบที่ 2 เขื่อนป้องกันตลิ่งจากการขุดลอกชนิดตอกเสาเข็ม เหมาะสำหรับบริเวณแม่น้ำที่มีความแคบและมีชุมชนหนาแน่น

 

stoneเขื่อนป้องกันตลิ่งจากการขุดลอกชนิดเรียงหิน

 

wallเขื่อนป้องกันตลิ่งจากการขุดลอกชนิดตอกเสาเข็ม

 

 

 


 

 

iconkungunnam คันป้องกันน้ำล้นตลิ่ง

ภายหลังจากการก่อสร้างเขื่อนยกระดับน้ำ ระดับน้ำเหนือเขื่อนจะมีระดับคงที่ตลอดทั้งปีและระดับเพียงพอต่อการเดินเรือ ซึ่งระดับตลิ่งบางแห่งอาจอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำ จนทำให้น้ำล้นตลิ่งและท่วมพื้นที่ได้ จึงจำเป็นต้องก่อสร้างคันกั้นน้ำล้นตลิ่ง ช่วยป้องกันน้ำที่ระดับสูงขึ้น และช่วยป้องกันคลื่นจากการเดินเรือกระทบตลิ่ง
อย่างไรก็ตาม จากระดับน้ำที่ต่ำกว่าระดับน้ำเก็บกัก อาจทำให้น้ำฝนและน้ำทิ้งจากบ้านเรือนราษฎร ไม่สามารถระบายน้ำลงแม่น้ำ จนเกิดน้ำขังได้ จึงควรติดตั้งอาคารสูบน้ำเพื่อลดผลกระทบกรณีน้ำขังไม่สามารถไหลลงแม่น้ำได้

 

basicstudy

- ลักษณะเบื้องต้นของอาคารสูบน้ำสำหรับพื้นที่ก่อสร้างคันป้องกันน้ำล้นตลิ่ง -

 

 taling1  taling2
   

- โครงสร้างกำแพงกันตลิ่งเพื่อป้องกันน้ำท่วม บริเวณชุมขนชุมแสง จ.นครสวรรค์ -

 

 


 

iconconstruction การขุดลอกร่องน้ำ

จากสภาพพื้นที่ตามลำน้ำในปัจจุบันบางแห่ง ลำน้ำมีลักษณะตื้นเขินไม่สารถเดินเรือได้ จึงจำเป็นต้องทำการขุดลอกให้มีความลึกที่เหมาะสมแก่การเดินเรือ ดังนั้น การขุดลอกร่องน้ำเดินเรือ เพื่อให้ลำน้ำมีค่าความลึกน้ำต่ำสุด (LAD) ตามที่กำหนด รวมระยะทางการขุดลอกทั้งสิ้น 192 กม. คิดเป็นปริมาณขุดลอกรวมทั้งสิ้น 13,890,167 ลบ.ม. ในบริเวณที่ทำการขุดลอก ดังนี้


แม่น้ำเจ้าพระยา
• กม.143-173 ขุดที่ระดับความลึก 6 เมตร ที่ความกว้างท้องน้ำ 50 เมตร
• กม.174-379 ขุดที่ระดับความลึก 6 เมตร ที่ความกว้างท้องน้ำ 65 เมตร
แม่น้ำน่าน
• กม.380-477 ขุดที่ระดับความลึก 4 เมตร ที่ความกว้างท้องน้ำ 40 เมตร

 

ตารางแสดงปริมาณขุดลอกร่องน้ำในแต่ละจังหวัด

tables

 

อุปกรณ์ในการขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยาและน่านของพื้นที่โครงการ จะเลือกใช้ เรือขุด Cutter Suction Dredger และ Backhoe Dredge

 

Cutter Suction Dredger    Backhoe Dredge
เรือขุด Cutter Suction Dredger                                   เรือขุด Backhoe Dredge

 

iconrecoveryการปรับปรุงปตร.พระงาม/ปตร.บางเก้าชั่ง

ptr

การยกระดับน้ำจากเขื่อนล่าง (กม.205) จ.สิงห์บุรี อาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายกสูงขึ้น และเท้อไปถึงเขื่อนเจ้าพระยาที่จ.ชัยนาท จะมีผลต่อการระบายน้ำของโครงการชลประทานในบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะประตูระบายน้ำพระงาม เพื่อช่วยระบายน้ำของโครงการชลประทานในพื้นที่ออกจากคลองกระทุ่มโพรง จึงได้ติดตั้งสถานีสูบน้ำคลองกระทุ่มโพรงในบริเวณด้านหน้าปตร.พระงาม และขุดคลองระบายน้ำใหม่ จากคลองกระทุ่มโพรงไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ความยาวประมาณ 2.6 กิโลเมตร สำหรับประตูระบายน้ำบางเก้าชั่ง จะระบายน้ำโดยก่อสร้างสถานีสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากทางบริเวณด้านหน้าประตูระบายน้ำบางเก้าชั่งออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

iconremoveการรื้อถอนรอบังคับกระแสน้ำ

 

เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือ จะมีการรื้อถอนรอบังคับกระแสน้ำบางส่วนที่มีความชำรุด และเป็นอุปสรรคในการเดินเรือ โดยการใช้ Vibro Hammer ในการถอนโครงสร้างเสาเข็มรูปตัวไอ (I beam) และขนใส่รถบรรทุกนำไปทิ้งที่บริเวณเดียวกับที่ทิ้วดินขุดลอก ส่วนรอบังคับกระแสน้ำที่ไม่ได้ทำการรื้อถอนจะทำการติดตั้งและบำรุงรักษาทุ่นและป้ายเครื่องหมายช่วยการเดินเรือเพื่อประสิทธิภาพในการเดินเรือต่อไป
จำนวนรอบังคับกระแสน้ำที่ต้องทำการรื้อถอนในแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งสิ้น 520 แผง สำหรับตำแหน่งที่จำเป็นต้องทำการปรับปรุงรักษารอบังคับกระแสน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้งติดตั้งเครื่องหมายช่วยการเดินเรือบริเวณตำแหน่งรอบังคับกระแสน้ำ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 165 แผง ดังนี้
- รอบังคับกระแสน้ำแบบขวาง ตั้งแต่ กม.375-379 ช่วงแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน (กม.375 ถึงปากน้ำโพ) จำนวน 11 แผง
- รอบังคับกระแสน้ำแบบขวาง ตั้งแต่ กม.379-477 ช่วงแม่น้ำน่าน (ปากน้ำโพถึงท่าเรือตะพานหิน) จำนวน 154 แผง

 

vibro hammer
-การรื้อถอนเสาเข็มด้วยวิธี Vibro Hammer-


 

iconupgradeการยกระดับและปรับปรุงสะพานที่อำเภอพรหมบุรี
promburibridge

ปัจจุบันสะพานที่อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี มีความสูง ไม่เพียงพอต่อการเดินเรือ ดังนั้นจึงต้องปรับปรุง จากการศึกษาพบว่า โครงสร้างของสะพานเป็นแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่เหมาะที่จะยกระดับความสูง สมควรก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ที่มีความสูงเหมาะสม แล้วรื้อทำลายสะพานเดิม เพื่อไม่ให้กีดขวางต่อ การเดินเรือ

 


 

iconportการปรับปรุงท่าเรือนครสวรรค์และท่าเรือตะพานหิน

จากการศึกษาเบื้องต้นการพัฒนาการขนส่งทางน้ำในอนาคต พบว่า ระยะแรกการขนส่งยังคงเป็นเรือลำเลียงเหล็ก/เรือท้องแบน ที่สามารถบรรทุกสินค้าได้ประมาณ 700-1,000 ตัน/ลำ สินค้าที่ขนส่งจะเป็นสินค้าประเภทเทกองอย่างเดียว ในระยะต่อมามีแนวโน้มจะเป็นการขนส่งโดยใช้เรือลำเลียงที่ใช้บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ โดยเฉพาะข้าวสาร น้ำตาล และสินค้าอุตสาหกรรม
การออกแบบปรับปรุงท่าเรือทั้ง 2 แห่ง ให้สอดคล้องกับการพัฒนาในอนาคต ดำเนินการดังนี้
1) ปรับปรุงโครงสร้างหรืออุปกรณ์เดิมที่ชำรุดและเสียหาย เช่น อุปกรณ์เครื่องจักรยกขนสินค้า และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ
2) ปรับปรุงบริเวณหน้าท่าเทียบเรือ โดยการขยายหน้าท่า การขุดร่องน้ำและขุดแอ่งกลับลำเรือ เพื่อรองรับเรือที่จะใช้งาน
3) ปรับปรุงและเพิ่มเติมการเชื่อมโยงระหว่างรูปแบบการขนส่งต่าง ๆ เช่น การขนส่งทางรถยนต์ และการขนส่งทางราง เป็นต้น


การปรับปรุงท่าเรือนครสวรรค์
• ก่อสร้างท่าเรือใหม่ ขนาด 20 ม. x 300 ม. รองรับเรือสินค้า ความยาว 80 เมตร ได้ 3 ลำ
• ถมปรับระดับ สูง +1 ม. บริเวณลานกองสินค้า 1 เพื่อไม่ให้ระดับต่างจากเดิมมากเกินไป และอาคารสำนักงานยังคงใช้งานได้ โดยใช้วัสดุจากการขุดลอก
• ถมปรับระดับ สูง +1.5 ม. บริเวณลานกองสินค้า 2 และ 3 ป้องกันปัญหาน้ำท่วมโดยใช้วัสดุจากการขุดลอก
• ขุดลอกหน้าท่าและแอ่งกลับลำเรือ
• ปรับสภาพลานสินค้า 2 ให้เป็นลานกองตู้คอนเทนเนอร์
• ยกรางรถไฟขึ้น +1 ม. ถึง +1.5 ม. รองรับการปรับระดับของพื้นที่

 

244-ท่าเรือนครสวรรค์ : อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ (กม.378)-

การปรับปรุงท่าเรือตะพานหิน
• ก่อสร้างท่าเรือใหม่ ขนาด 20 ม. x 200 ม. รองรับเรือสินค้าความยาว 45 เมตร ได้พร้อมกัน 3 ลำ
• ถมปรับระดับ สูง +0.5 ม. บริเวณพื้นที่ท่าเรือทั้งหมด ป้องกันปัญหาน้ำท่วม โดยใช้วัสดุจากการขุดลอก
• ขุดลอกหน้าท่าและแอ่งกลับลำเรือ
• ปรับสภาพลานดินเดิม ให้เป็นรองรับสินค้าประเภทตู้คอนเทนเนอร์
• ก่อสร้างรางรถไฟเข้าพื้นที่ท่าเรือ ตามแนวเขตที่ดิน
• ก่อสร้างรั้วรอบพื้นที่ท่าเรือ

 

 tapanhin

-ผังแนวทางการปรับปรุงท่าเรือตะพานหิน-

 

 

pichit

 -ท่าเรือตะพานหิน : อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร (กม.475)-